dot dot
dot
dot
bulletWebboard
bulletสินค้าฝากขาย
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00 บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletประวัติการซื้อสินค้าของท่าน
dot


  [Help]
dot


ตรวจสอบสถานะพัสดุไปรษณีย์ลงทะเบียน และ EMS ได้ที่นี่
Custom Search



Fuji Xerox DocuPrint CP105b-CP205-CM205b Review
วันที่ 21/12/2011   17:19:57

เราได้ทำการวิจัยในการ Reset Toner Chip สำเร็จ เป็นเจ้าแรก หนึ่งเดียวในโลก ณ เวลานี้
(เป็นการ Reset ที่ตัวเครื่อง ไม่รวมการเปลี่ยนชิพหมึกใหม่ หรือการเปลี่ยนหลอดหมึกใหม่)

Fuji Xerox DocuPrint CP105bFuji Xerox DocuPrint CP205Fuji Xerox DocuPrint CM205bFuji Xerox DocuPrint CM205b 

มาแล้ว! เทคโนโลยี S-LED  เดี๋ยวนี้อะไรๆก็ LED ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ จอมอนิเตอร์ จอโน๊ตบุ๊ค

เครื่องพิมพ์ก็เช่นกัน การผลิตระบบ LED มาแทนที่ระบบ ROS (ระบบเลเซอร์) ทำให้ลดต้นทุนลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น

คลิกชม VDO อธิบายเทคโนโลยีของระบบ S-LED ได้ที่นี่ครับ

 

มาทำความรู้จักเครื่องพิมพ์ทั้ง 3 รุ่น ใน Series เดียวกัน

Fuji Xerox DocuPrint CP105b

Fuji Xerox DocuPrint CP105b
เป็นเครื่องพิมพ์ที่เน้นเรื่องราคา "ประหยัด" ตัดระบบที่ความสามารถสูงออกไป เช่น ระบบ Network, หน้าจอการควบคุมและแสดงผล, ลดหน่วยความจำลงครึ่งหนึ่ง, ลดความเร็ว CPU ลงมานิดหน่อย ให้มีความสามารถเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้ตามบ้าน ซึ่งไม่ได้รีบร้อนมากมายนัก แต่ผลงานที่พิมพ์ออกมา มีความสมบูรณ์แบบเทียบเท่ากันทั้ง 3 รุ่น

Fuji Xerox DocuPrint CP205

Fuji Xerox DocuPrint CP205
เป็นเครื่องพิมพ์ที่เน้นการใช้งานแบบ "ประสิทธิภาพสูง" มีความสามารถครบครัน เพียงพอกับความต้องการของสำนักงาน หรือ SME รองรับงานได้ทันใจมากขึ้น เพราะต้องรองรับกับระบบเครือข่ายที่รุมสั่งพิมพ์จากจำนวนคอมพิวเตอร์หลายๆตัว จึงมีความเร็ว CPU สูงกว่า, หน่วยความจำมากกว่า, มีปุ่มช่วยในการตั้งค่าที่ตัวเครื่องพร้อมจอแสดงผล ทำให้ง่ายต่อการปรับแต่งค่า เช่น ตั้งค่า IP Address, Subnet mark, Gateway Address เป็นต้น

Fuji Xerox DocuPrint CM205b

Fuji Xerox DocuPrint CM205b
เป็นเครื่อง MultiFunction หรือ All in one ที่เน้นการใช้งานแบบ "ครบวงจร" เพราะสามารถสั่งพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ได้, ถ่ายเอกสารได้, สแกนเอกสารได้ แต่ไม่มีแฟกซ์ ทำให้สำนักงานที่มีเนื้อที่จำกัดเช่น บูธงานแสดงสินค้า หรือเคาท์เตอร์ติดต่อลูกค้าหน้าร้าน ใช้เครื่องนี้เครื่องเดียว ประหยัดเนื้อที่ ทำงานได้หลากหลาย ส่วนความสามารถจะพอๆกับเครื่อง CP205

ท่านใดต้องการใช้งานแฟกซ์ด้วยในตัว ให้ไปใช้รุ่น C1190FS นะครับ

คลิกชม VDO อธิบายการทำงานของระบบ S-LED ได้ที่นี่ครับ

Review (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เล่าสู่กันฟัง)

สุดยอดเครื่องพิมพ์ราคาประหยัด แต่เทคโนโลยีสูงมากๆ ความละเอียด 1200X2400 Dpi เป็น Laser Printer ที่ไม่ใช้ Laser ครับ โดยการใช้ LED มาแทนระบบเลเซอร์ครับ ทำให้เสียงเงียบลงมาก เพราะไม่มีส่วนเคลื่อนไหวของมอเตอร์ที่หมุนจานดิสก์โพลีกอนแปดเหลี่ยม และเนื่องจากการใช้ LED มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าระบบ Laser อยู่มาก ดังนั้นจึงมีงบเหลือไปพัฒนาระบบอื่นที่เหลือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ภาพที่ออกมาแทบจะไม่เห็นความต่างของระบบทั้งสอง แต่ว่าได้เปรียบตรงที่ได้ความสามารถแต่ละอย่างสูงขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของงาน เทียบเท่ากับเครื่องระดับมืออาชีพ ที่มีราคาเครื่องระดับสองสามแสนบาท ทั้งๆที่เป้าหมายทางการตลาดคือผู้ใช้ตามบ้าน และออฟฟิศขนาดเล็กเท่านั้น งานนี้เอาไปใช้พิมพ์นามบัตรสีสวยๆได้สบายมาก

ข้อควรระวังในการใช้ผงหมึกเติม สามารถศึกษาความแตกต่างของระบบผงหมึก โดยอ่านได้ที่ Link นี้ครับ

ผงหมึกชนิด EA-HG และ ผงหมึกชนิด EA-Eco (ใช้ Google Translate แปลภาษาอังกฤษเอานะครับ แต่อ่านภาษาอังกฤษแล้วแปลเองโดยใช้ดิกชันนารีจะเข้าใจกว่าครับ)

สรุปใจความสำคัญก็คือว่า เครื่องรุ่นนี้ เจตนาสร้างมาคือให้มีประสิทธิภาพการพิมพ์ที่ดีมาก และช่วยประหยัดพลังงานไปด้วยในตัว
จึง มีการคิดค้นสูตรผงหมึกขึ้นมาใหม่ โดยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง จากเดิม 100% ให้เหลือเพียง 60% เท่านั้น (ลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในอาคาร สำนักงาน)
วิธีการก็คือ ลดความร้อนของเครื่อง ที่ใช้ในการละลายผงหมึกลง ส่งผลให้ประหยัดไฟฟ้ามากขึ้นด้วย กลิ่น และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะลดน้อยถอยลงตามมาตามสูตร
แต่ สารเคมีที่ประกอบเป็นตัวเนื้อของผงหมึก จะต้องสามารถละลายได้ในอุณหภูมิที่ต่ำนี้ มิฉะนั้นเมื่อพิมพ์งานออกมา ตัวอักษรบนกระดาษก็จะสามารถหลุดออก ลอกออก หรือลบออกได้ เมื่อเอานิ้วมือไปแตะ ไปจับ หรือไปสะกิดตัวหนังสือนั้น ก็หมายความว่ามันละลายไม่ทัน เพราะความร้อนของเครื่องน้อยเกินไปที่จะละลายผงหมึกที่ติมลงไปนั่นเอง ดังนั้นอาการนี้จึงมักจะเกิดกับเครื่องที่เติมผงหมึกผิดรุ่น ผิดสเป็ค หรือไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่องรุ่นนี้ไงล่ะครับ

ผงหมึกแท้ๆยังแตกต่างกัน ดังนั้นผงหมึกเติมก็แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำผงหมึกต่างรุ่นมาใช้ร่วมกัน เพราะจะทำให้เกิดความผิดพลาด กับระบบสร้างภาพที่วิศวกรได้คำนวณ และออกแบบระบบเอาไว้นั่นเอง เช่นการกำหนดอุณหภูมิการหลอมละลายของผงหมึก ณ ความหนาของกระดาษที่ใช้ตอนนั้น ซึ่งจะกำหนดโดยไดร์เวอร์เครื่องพิมพ์ครับ

รุ่นนี้เติมผงหมึกง่ายกว่าที่คิดครับ แต่ติดปัญหาเรื่องชิพหมึกนิดหน่อยครับ กำลังหาทางแก้ เพราะโรงงานในต่างประเทศยังไม่ผลิตชิพหมึกในตอนนี้ครับ เครื่องเพิ่งวางตลาดได้ไม่นาน

 

Fuji Xerox DocuPrint CP205

เครื่องพิมพ์ Fuji Xerox DocuPrint CP205 จะมีหน้าจอ และปุ่มกดให้ควบคุมและตั้งค่าเครื่องพิมพ์ต่างๆอย่างละเอียด เช่น IP Address เพราะมีระบบ Network ติดมาให้ด้วย

 

Fuji Xerox DocuPrint CP105b

ส่วนเครื่อง Fuji Xerox DocuPrint CP105b ไม่มีระบบ Network มีแต่ USB กับ Parallel ดังนั้นหน้าจอก็ไม่มีอะไรมาก ไม่มีหน้าจอมาให้ แต่มีปุ่มกด และไฟแจ้งเตือนมาให้นิดหน่อยพอเข้าใจ ที่เหลือให้ไปดูสถานะในคอมพ์เพิ่มเติม

Fuji Xerox DocuPrint CP205W

ส่วนนี่เป็นเครื่องอีกรุ่นคือ Fuji Xerox DocuPrint CP205W จะคล้ายๆกับรุ่น Fuji Xerox DocuPrint CP205 แต่จะมีจุดเด่นคือ มีระบบ Wireless Lan ในตัว รองรับ Wireless b/g/n มาให้ในตัว

 

Fuji Xerox DocuPrint CP105 CP205 Toner Cartridge

หลอดหมึกทั้ง 4 สีของเครื่อง Fuji Xerox DocuPrint CP105 กับ CP205 จะเป็นแนวตั้งตรง โดยด้านบนจะมีช่องสำหรับเติมผงหมึกโดยเฉพาะ ทำมาจากโรงงาน จุกเป็นพลาสติก และงัดจุกเติมผงหมึกได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ ไม่ต้องกลัวรั่ว เพราะมันอยู่ด้านบนน่ะสิ จึงไม่มีปัญหา เปิดจุกไว้ตลอดเวลาโดยไม่ปิดเลยยังได้ แถมรูเติมก็ใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว (ใหญ่กว่าเหรียญสิบบาท 2 เท่า โดยประมาณครับ)
ดูจากรูปแล้วจะเห็นว่าหลอดหมึกสีดำจะมีขนาดใหญ่กว่าหลอดหมึกสี โดยตามมาตรฐาน ถ้าพิมพ์งานที่ใช้สีระบายพื้นที่ 5% ของกระดาษ A4 หมึกสีจะพิมพ์งานได้ 1,400 แผ่น/สี ส่วนสีดำจะได้ 2,000 แผ่น เพราะตลับหมึกมีขนาดใหญ่กว่า จึงมีปริมาตรมากกว่า

จุกที่เติมผงหมึกอยู่ด้านล่างฝาหลอดหมึกด้านบน

รูปด้านบนนี้ แสดงให้เห็นว่า การเติมหมึกจะง่ายขนาดไหน แค่แงะฝาด้านบนของหลอดหมึกออก ก็จะเห็นจุกพลาสติกที่ทำไว้สำหรับเติมผงหมึกโดยเฉพาะ

เปิดจุกพลาสติกออกมาเติมผงหมึกอย่างง่ายดาย

รูปด้านบน แสดงให้เห็นว่าผงหมึกที่เติมลงไป ลงไปยังไง เห็นได้ชัดเจน รูกว้างมาก ปลายขวดเล็ก ทำให้ผงหมึกไม่ฟุ้งกระจาย

ผงหมึกที่เติมจนเต็มหลอดหมึกแล้ว

เสร็จแล้วครับ แค่นี้เอง ปิดจุกพลาสติกแล้วใช้งานได้เลย ง่ายไหมครับ สามารถทำเสร็จภายใน 1 นาที ต่อสีครับ สำหรับมือใหม่อาจนานกว่านี้บ้าง ไม่ต้องกังวลครับ

สำหรับวิธีการเติมผงหมึก มีให้ดูละเอียดกว่านี้ครับ มีมากกว่า 30 รูป แต่จะเป็นการเปลืองเนื้อที่มากเกินไป จึงนำมาให้ดูที่สำคัญๆก่อนครับ

ตารางด้านล่างนี้ เอาข้อมูลมาจาก "โบร์ชัวร์" และได้ตัดประเด็นที่เป็นเรื่องปลีกย่อย หรือไม่มีผลมากนักในการตัดสินใจของเหล่าผู้ใช้งานสาวกของฟูจิซีร็อกซ์ เช่น ความเร็วในการถ่ายแผ่นแรก, เวลาในการอุ่นเครื่อง, ปริมาณการใช้พลังงาน เพราะได้อ่านดูโดยละเอียดแล้วว่า ต่างกันไม่มาก ดังนั้นจึงตัดออกเพื่อไม่ให้ข้อมูลเหล่านั้น รกหูรกตา แล้วตารางนี้จะแสดงให้เห็นว่า เราควรจะซื้อเครื่องรุ่นใดในกลุ่มนี้ เลือกให้เหมาะกับตัวคุณ

ตารางเปรียบเทียบลักษณะจำเพาะของเครื่องพิมพ์ทั้ง 3 รุ่น (เอาไว้ใช้พิจารณาเลือกซื้อเครื่อง)
Function/Model DocuPrint CP105b DocuPrint CP205 DocuPrint CM205b
1. ความละเอียดในการพิมพ์ 1200X2400 Dpi
2. ความเร็วของหน่วยประมวลผล (CPU) 192 Mhz 384 Mhz 295 Mhz
3. ขนาดของหน่วยความจำ (RAM) 64 MB 128 MB
4. ความเร็วในการพิมพ์
พิมพ์สี = 10 (แผ่น/นาที)
พิมพ์ดำ = 12 (แผ่น/นาที)
พิมพ์สี = 12 (แผ่น/นาที)
พิมพ์ดำ = 15 (แผ่น/นาที)
5. การต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ USB 2.0 USB 2.0 + LAN USB 2.0
6. สามารถถ่ายเอกสาร/สแกนเอกสารได้ ไม่ได้ ได้
7. สามารถใช้ผงหมึกเติม ได้ (เฉพาะรุ่น)
8. การ Reset Toner Chip ไม่ได้ ได้
9. สามารถเปลี่ยนชิพหมึกตัวใหม่ ได้
10. ราคาเครื่อง ต่ำ ปานกลาง สูง

ใครจะเลือกตัวไหนตามสะดวกนะครับ แต่ให้สังเกตุว่า ช่องที่ระบายคือตัวเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้นเมื่อรวมคะแนน ผมขอแนะนำว่า

  • DocuPrint CP105b เน้นที่ราคาต่ำ ประสิทธิภาพโดยรวมธรรมดา ใช้งานธรรมดา ใช้งานส่วนตัว และพิมพ์อย่างเดียว
  • DocuPrint CP205 เน้นที่งานพิมพ์ประสิทธิภาพโดยรวมสูง  *(ผมเลือกตัวนี้ครับ เพราะผมต้องการ Network)
  • DocuPrint CM205b เน้นที่งานครบวงจร ถ่ายเอกสารด้วย สแกนด้วย ประสิทธิภาพโดยรวมพอดี

ความแตกต่างทางด้านประสิทธิภาพ คือความเร็วในการจัดการงานพิมพ์ทั้งหมด เพราะความแตกต่างทางด้านความเร็วของ CPU และ RAM

แต่ผลงานงานออกมาสวยเท่ากันหมดทั้ง 3 รุ่น เพราะอยู่ที่ระบบทำภาพ และผงหมึก ซึ่งเหมือนกันทุกอย่าง

ดังนั้น ถ้าใช้งานอยู่ที่บ้าน ไม่รีบร้อน ถึงจะช้าแต่ก็รอได้ ขอให้งานสวยก็พอ ก็เน้นประหยัดไว้ก่อน เช่น CP105b

ถ้างานเร่ง มีงานที่จะต้องพิมพ์กองท่วมหัว ก็ให้เลือกประสิทธิภาพสูงไว้ก่อนครับ เช่น DocuPrint CP205

ถ้าเพิ่งเปิดออฟฟิศใหม่ งานไม่เยอะ แต่มีงานหลายด้าน ก็ให้เลือก All in One หรือ Multifunction ไว้ก่อน เช่น DocuPrint CM205b

สรุป (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เล่าสู่กันฟัง อ่านไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเอานะครับ)

ข้อดี จากที่ข้อมูลที่กล่าวมา เราสามารถสรุปได้ว่า รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

  1. เติมผงหมึกได้ง่าย โอกาสที่ระบบหมึกจะเลอะเองมีน้อยมาก ถ้าคนไม่ทำเลอะเสียเอง เพราะหลอดหมึกทรงตั้งแบบแท็งค์น้ำ
  2. Reset Toner Chip ง่ายมาก โดยเฉพาะรุ่น CP205/CM205b สามารถทำการ Reset ได้แล้ว แต่รุ่น CP105b ไม่สามารถทำการ Reset ได้ ต้องซื้อชิพหมึกมาเปลี่ยนอย่างเดียว
  3. สามารถเปิดฝาด้านข้างได้ตลอดเวลาแม้ยามที่เครื่องทำงาน ทำให้ตรวจสอบเห็นได้ด้วยตาถึงความผิดปกติของระบบผงหมึก ในขณะที่เครื่องทำงานอยู่ ถ้าเป็นรุ่นอื่น เมื่อเราเปิดฝาเครื่องจะหยุดทันที
  4. จากข้อดีของข้อ 1-3 ทำให้เราสามารถต่อยอด พัฒนา ดัดแปลง Modify ตลับหมึกให้ทำงานแบบ Unlimited ได้ (ไว้จะอธิบายทีหลัง รอทำให้มัน Work ก่อน)
  5. ความละเอียดสูงถึง 1200X2400 Dpi เกินพอสำหรับเครื่องราคาระดับนี้ เทคโนโลยี S-LED มาแทนเทคโนโลยี ROS ต้นทุนต่ำ
  6. เสียงเงียบ เพราะไม่ใช้มอเตอร์หมุนกระจกโพลีกอนแปดเหลี่ยม เพื่อยิงลำแสงเลเซอร์
  7. ระบบ LED ทนทานต่อการกระทบกระเทือน ในการขนย้าย มากกว่าระบบ ROS ในเครื่องรุ่นเก่า (เช่นรุ่น C1110/C1110B)
  8. มี Sensor ตรวจวัดความชื้นในอากาศรอบข้างเครื่อง เพื่อป้องกันผงหมึกแข็งตัว เมื่อไม่ใช้งานเครื่อง
  9. มีระบบ Monitor ที่สมบูรณ์แบบ เราสามารถตั้งค่าต่างๆของตัวเครื่องทุกอย่างในคอมพิวเตอร์ เสมือนกับกดที่ปุ่มหน้าจอของเครื่องเลย
    (สะดวกสำหรับ Admin ของเครือข่ายขนาดใหญ่ สามารถตั้งค่าเครื่องได้โดยอาจจะอยู่กันคนละตึก คนละชั้น หรือคนละสาขา ตราบที่ระบบ Network วิ่งไปถึง)
  10. ต้นทุนโดยรวม ประหยัดกว่ารุ่น C1110 ยอดนิยมเสียอีก แต่คุณภาพของงานที่พิมพ์ ดีกว่า 2.5 เท่าครับ (เปรียบเทียบระหว่าง CP205 กับ CM 205b)
  11. ... (นึกก่อน)

ข้อเสีย ทุกอย่างในโลกมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย สังเกตุให้ดีๆท่านจะเห็นว่า

  1. หลอดหมึกมีปริมาตร หรือความจุน้อย ต้องเติมผงหมึกบ่อยครั้ง
  2. ที่เก็บกากหมึกน้อย ต้องเทกากหมึกบ่อยๆ เพื่อป้องกันกากหมึกตันในระบบลำเลียงผงหมึก
  3. นำผงหมึกที่มีราคาถูกในรุ่นที่มีความละเอียดต่ำกว่ามาเติมไม่ได้ เพราะเครื่องเป็นระบบเทคโนโลยีใหม่ และมีความละเอียดสูงกว่า ต้องเติมผงหมึกเฉพาะรุ่นของมันเท่านั้น จึงจะได้ผลลัพท์ตามมาตรฐาน
    (อย่าลืมว่า เราไม่สามารถถอดแกะชุดดรัม และชุดหมึกออกมาล้างทำความสะอาดได้เหมือนรุ่นอื่นๆ เพราะฉะนั้นจะเติมผงหมึกต้องให้แน่ใจว่า ผงหมึกที่เติมลงไปนั้น ได้รับการทดสอบสมบูรณ์ดีแล้ว)
  4. ไม่มีถาดกระดาษเป็นถาดดึงเข้าออกเหมือนรุ่นเดิม เพื่อให้ตัวเครื่องมีขนาดลดลง ไม่เกะกะ จึงทำให้การดึงกระดาษไม่แม่นเท่ากับรุ่นก่อนอย่าง C1110 งานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่นงานนามบัตร ถ้าเอากระดาษที่พิมพ์มาทาบกันทีละ 5 แผ่นเพื่อตัดพร้อมๆกัน อาจจะไม่ตรงกัน โดยจะคลาดเคลื่อนสัก 1-2 มม.
  5. ชุดดรัมไม่ได้ถอดเข้าออกได้สะดวก จะเปลี่ยนเอง หรือสลับกับเครื่องอื่นไปมาได้ยาก ต้องรื้อเครื่อง
  6. เมื่อซื้อตลับหมึกใหม่มาใส่ในเครื่อง จะไม่สามารถทำการ Reset สีที่เปลี่ยนหลอดหมึกนั้นไปแล้วได้อีก ต้องทำการเปลี่ยนชิพหมึกใหม่ เพียงอย่างเดียว
  7. ... (นึกก่อน)

แนะนำ ข้อเสียมันก็มีกันทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น ทุกเครื่อง แค่เราลองพิจารณาดูว่า มันเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ สำหรับสไตล์การใช้งานของเรา

  1. หลอดหมึกเล็กไปหรือ?
    ก็เติมให้บ่อยครั้งขึ้น ถึงแม้จะต้องเติมบ่อยๆ แต่ก็เติมได้สะดวกมากกว่ารุ่นอื่นๆเยอะแยะ ขอให้เติมได้ก็ดีแล้ว
  2. ที่เก็บกากหมึกมีพื้นที่น้อยไปหรือ?
    ก็หมั่นเทกากหมึกบ่อยๆ เพื่อจะได้ใช้งานเครื่องได้นานๆ
  3. ระวัง! อย่าทดลองเติมผงหมึกมั่วๆลงไป
    ให้เติมผงหมึกที่ออกแบบมาให้ใช้งานกับรุ่นนี้โดยเฉพาะเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต และเพื่อประสิทธิภาพของการใช้งานที่สมบูรณ์
  4. ระบบดึงกระดาษไม่ค่อยจะแข็งแรง
    ถึงแม้ระบบถาดกระดาษจะไม่ได้ใส่แบบลิ้นชักเหมือนรุ่นเดิม แต่ก็สามารถดึงกระดาษ 70-80 แกรมได้ดี ไม่มีปัญหา และสามารถดึงกระดาษหนาแบบที่ใช้ทำนามบัตรได้ ประมาณ 180 แกรม (ถ้าหนากว่านี้ก็แค่ใช้มือช่วยดันบ้าง) เรียกว่าดีอย่าง เสียอย่าง แต่ตัว Bypass Tray หรือสอดด้วยมือทีละแผ่น ออกแบบมาให้ใช้ได้ดีขึ้น
  5. ชุดดรัมถอดยากหรือ?
    ถ้ามันยากเกินไปสำหรับเรา ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน เพราะถึงมันสามารถถอดเข้าออกได้ง่าย แต่เราไม่ทราบวิธีจัดการกับมัน ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะถอดออกมา (ถ้าทำไม่เป็นจะยิ่งไปกันใหญ่)
  6. ... (นึกก่อน)

สรุปอีกทีก็คือเครื่องตระกูลนี้ น่าจะเหมาะสำหรับงานออฟฟิศ มากกว่างานระดับมืออาชีพโดยตรง แต่ถ้าจะนำเครื่องตระกูลนี้มาใช้งานประเภทที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง อาจต้องใช้ฝีมือสักหน่อยครับ

ทั้งสามรุ่นก็มีดีกันไปคนละแบบ เลือกให้เหมาะกับตัวเองนะครับ ชอบตัวไหนก็ไปซื้อได้ที่ศูนย์ไอทีใกล้บ้านนะครับ

(เผื่อเครื่องใครมีปัญหาตอนซื้อมาใหม่ๆ จะได้เคลมได้ง่าย) เราไม่ได้จำหน่ายเครื่องครับ แค่เล่าสู่กันฟังเฉยๆ

คลิกดูสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

(คลิกดูสินค้า สำหรับใช้กับเครื่องรุ่นนี้กันเถอะ)




FUJI XEROX DocuPrint CP105b-CP205-CM205b Review




สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซต์ © 2008-2012 COPYCAT SHOP

COPYCAT SHOP เราคือผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน เรายินดีให้คำปรึกษาสำหรับลูกค้าที่ใช้เครื่อง FUJI XEROX ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ปรึกษาเราได้ก่อนตัดสินใจ สินค้าของเราได้ผ่านการค้นหา เปรียบเทียบ และทดลองตลอดเวลา เพื่อให้คุณเกิดความมั่นใจว่า สิ่งที่เรามอบให้นั้น คือสิ่งที่ดีที่สุด

AIS:083-3047640   DTAC:087-551-8877

อันดับความสำคัญของเว็บไซต์วันนี้ จาก Google PageRank